ญี่ปุ่นแปลกใหม่ เซนได การบินไทยมีตรงแล้ว ไปเที่ยวไหนดีละ?

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เลือกเที่ยวได้อย่างจุใจ ซึ่งนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่รู้จักกันดีอย่างโตเกียว โอซาก้าแล้ว ตอนนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งใหม่ที่สามารถบินตรงจากเมืองไทยไปถึงได้อย่างสะดวกสบายนั่นก็คือเมืองเซนได ในจังหวัดมิยางิ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคโทโฮกุของญี่ปุ่นและอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว

เที่ยวญี่ปุ่น ในเมืองเซนไดมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งในบทความนี้เราจะมานำเสนอ 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองเซนไดที่คุณต้องไม่พลาดมาแนะนำให้คุณได้รู้จักดังต่อไปนี้

1. Sendai International Center

Sendai International Center หรือพิพิธภัณฑ์เมืองเซนได เป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของเมืองเซนไดในอดีต ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงโบราณวัตถุทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับในสมัยโบราณ,เครื่องปั้นดินเผาและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ,อาวุธซามูไรโบราณและชุดเกราะ,งานศิลปะ ภาพจิตรกรรม เครื่องเขินโบราณ,แผนที่และผังเมืองเซ็นได,ประวัติความเป็นมาของเจ้าเมืองเซนไดในสมัยโบราณ รวมทั้งประวัติศาสตร์ความเป็นมาเมืองเซ็นไดและประวัติการสร้างเมืองที่นำมาจัดแสดงให้ชมในรูปแบบนิทรรศการภาพและโมเดล 3 มิติซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ไม่ควรพลาดเพราะจะทำให้คุณได้รู้จักเมืองเซนไดได้มากขึ้น

2. หมู่บ้านศิลปหัตถกรรมอะคิอุ

เมืองเซนไดแม้จะเป็นเมืองที่มีความทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมอยู่ไม่น้อยซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองนี้ หมู่บ้านศิลปหัตถกรรมอะคิอุเป็นแหล่งรวมงานศิลปะหัตถกรรมทำมือที่มีเครื่องมือเครื่องใช้,ของเล่น และงานฝีมือแบบพื้นบ้าน อย่างเช่น ตุ๊กตาไม้,เครื่องชงชา,ผ้าถัก,สีย้อม,เฟอร์นิเจอร์ วางจำหน่ายและยังเป็นที่พำนักอาศัยของช่างฝีมือ 9 ครอบครัวที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์งานฝีมือออกมาให้ชมและเลือกซื้อตามใจชอบ นอกจากนี้ผู้มาเยี่ยมชมยังสามารถทดลองทำงานฝีมือด้วยตนเองซึ่งได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานไปในตัวอีกด้วย

3. สุสานซุยโฮเด็น

สุสานซุยโฮเด็น เป็นสุสานของ ดาเตะ มาซามุเนะ ซามูไรผู้มีฉายาว่ามังกรตาเดียวที่มีความสำคัญในฐานะผู้ก่อตั้งเมืองเซนได ความเก่งกาจของ ดาเตะ มาซามุเนะ เป็นที่เลื่องลือมากในยุคโบราณ ด้วยความใจแข็งเด็ดขาดและฝีมือการรบที่เด็ดขาดแม้จะมีดวงตาเพียงข้างเดียวจนทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า มังกรตาเดียวแห่งเซนโงคุ จนได้กลายเป็นไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในภูมิภาคและปกครองเมืองเซนไดนานกว่า 36 ปี สุสานซุยโฮเด็นตั้งอยู่ภายในสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่สงบร่มรื่น เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่จากของเดิมที่ถูกทำลายไปในช่วงสงคราม ตัวอาคารมีโครงสร้างเป็นไม้สีดำและตกแต่งด้วยการแกะสลักที่ประณีตหรูหรา มีข้าวของรวมถึงกระดูกและเส้นผมของตระกูลดาเตะจัดแสดงเอาไว้ให้ชม

4. ซากปราสาทเซนได

เป็นปราสาทที่ ดาเตะ มาซามุเนะ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1601 ที่เมื่อนับอายุในปัจจุบันจะมีอายุกว่า 400 ปี แต่ปัจจุบันตัวปราสาทถูกทำลายไปจนเกือบหมดเหลือแต่เพียงประตูและกำแพง ส่วนป้อมปราการที่อยู่ด้านในปราสาทในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นศาลเจ้าโกโคกุ นิโน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางแม่น้ำ ภูเขาและป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ยอดเยี่ยมเนื่องจากอยู่บนที่สูงและมีหน้าผารวมถึงแม่น้ำเป็นป้อมปราการ สามารถชมวิวมุมสูงที่มองเห็นตัวเมืองเซนไดได้อย่างเต็มตา สถานที่นักท่องเที่ยวมักไปเยี่ยมชมเมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น คือรูปปั้นจำลองของ ดาเตะ มาซามุเนะ ในขณะกำลังขี่ม้า,ป้อมธนูประตูโอเทะมงและพิพิธภัณฑ์ปราสาทอาโอบะ

5. เซนได มีเดียเทค

เป็นศูนย์วัฒธรรมที่มีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ตัวอาคารโปร่งด้วยกระจกทั้งหลังทำให้สามารถมองวิวทิวทัศน์โดยรอบได้ มีทั้งหมด 7 ชั้นประกอบไปด้วยสถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมผลงานการแสดงศิลปะ ห้องสมุดและหนังสือรวมทั้งห้องฉายภาพยนตร์และโรงละคร มีโซนร้านอาหาร,ร้านกาแฟและร้านจำหน่ายแผ่นซีดี เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมกิจกรรมครบครันที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือน

6. วัด Mitaki-san Fudo-in

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนย่านช็อปปิ้งชื่อดัง Crossroad Shotengai ของเมืองเซนได นักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวญี่ปุ่น นิยมมาไหว้ขอพรจากเทพเจ้าแห่งโชค Sendai Shiro พร้อมทั้งซื้อหาเครื่องรางนำโชคติดไม้ติดมือไปเป็นที่ระลึกและเป็นของฝาก เมื่อออกจากวัดสามารถเดินช็อปปิ้งสินค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง,เครื่องราง,ขนมญี่ปุ่น,ชาญี่ปุ่นและสินค้าอื่น ๆ อีก

7. ซาคุนะมิออนเซ็น

หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากับการตระเวนชมเมือง นักท่องเที่ยวสามารถมาผ่อนคลายที่บ่อน้ำพุร้อนซาคุนะมิที่มีน้ำแร่ร้อนะรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สงบและสวยงาม คุณสามารถแช่น้ำร้อนและผ่อนคลายอิริยาบทท่ามกลางหุบเขาและโขดหินที่โอบล้อมโดยรอบ มีให้เลือกทั้งออนเซ็นกลางแจ้งและในร่ม จุดเด่นอีกอย่างที่อยู่ใกล้เคียงบ่อน้ำพุร้อนคือโรงผลิตตุ๊กตาไม้โบราณ Sakunami Kokeshi ซึ่งเป็นตุ๊กตาไม้แกะสลักที่มีชื่อเสียงที่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและเขียนลวดลายลงบนตุ๊กตาได้ด้วยตนเองอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า เที่ยวญี่ปุ่น ในเมืองเซนได เป็นเมืองที่รวมเอาความทันสมัยและศิลปวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ยิ่งตอนนี้การบินไทยมีบินตรงไปยังเซนไดแล้วทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม่ลองไปตอนนี้อาจจะต้องเสียดายในภายหลังแน่ ๆ

สนับสนุนบทความโดย : unithaitravel.com

มาริน่า เบย์ แซนด์ส

มารีนาเบย์แซนส์ (Marina Bay Sands) เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่อ่าวมารีนา ประเทศสิงคโปร์ นับเป็นอาคารที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก ประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ171พันล้านบาทไทย

รีสอร์ทห้าดาวริมอ่าวแห่งนี้ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการสร้างระดับชาติของสิงคโปร์เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีโรงแรมใหญ่ถึง 3 หลังเชื่อมต่อกัน ยังนับเป็นอภิมหาศูนย์รวมความบันเทิง เพราะมีทั้งคาสิโนระดับสากล สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ เดอะ แซนด์ส สกายพาร์ค (The Sands Sky Park) สระว่ายน้ำหรูกลางแจ้งที่สูงที่สุดของโลก โรงภาพยนตร์ โรงละคร ภัตตาคาร ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ร้านสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ลานสเก็ตน้ำแข็ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยศาสตร์ (Art Science Museum) แห่งแรกของโลก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ที่หากคุณไปเยือนสิงคโปร์แล้วไม่น่าพลาด

ผาช่อ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

ลักษณะพิเศษ

แหล่งท่องเที่ยวผาช่อนับเป็นจุดเด่นจากสิ่งที่เป็นลักษณะพิเศษของผาช่อ คือตัวผาช่อซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นลักษณะเป็นหน้าผาดิน
ตะกอนสูงประมาณ 30 เมตร หน้าผาดินตะกอนเกิดจากตะกอนที่สะสมบริเวณขอบแอ่ง หรือเชิงเขาของแนวเถือกเขาถนนธงชัย กลางตอนปลายยุคเธอชิลี่ ต่อมาเกิดสภาพธรณี
แปรสัณฐาน ทำให้ตะกอนเชิงเขาดังกล่าวถูกดันขึ้นมาเป็นพื้นที่เนินเขา และพื้นที่รอนชัน ภายหลังน้ำกัดเซาะและชะล้างผิวหน้าดิน จึงเกิดเป็นหน้าผาที่มีความสวยงาม มีลวดลาย
วิจิตรพิศดาร จึงถือเป็นจุดเด่นซึ่งถ้าหากนักท่องเที่ยวได้ไปเห็นก็จะทราบได้ทันที่ว่านี่คือผาช่อ

ความหมายของผาช่อ

ที่มาของชื่อผาช่อ มาจากภาษาคำเมืองที่เขาเรียกผาจ่อ มีลักษณะเป็นช่อขึ้นมา คือในตัวของหน้าผาดินตะกอนจะมีช่อขึ้นไปสูงอีก ลักษณะเหมือนเสาโรมัน ซึ่งแสดงให้เห็น
ว่าดูค่อนข้างแข็งแรงและก็ทำให้มีภาพนึกถึงสถานที่ของต่างประเทศ และนอกจากนี้ตัวผาช่อจะมีจุดสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ว่า ถ้าเราไปตรงผาช่อจะมีอยู่ 3 แห่งที่มีลักษณะ
ใก้ลเคียงกัน คือ ผาช่อจะมีระบบนิเวศน์ที่เป็นเฉพาะถิ่น คือจะมีสัตว์ป่าและก็มีชนิดพันธุ์ไม้ที่แตกต่างจากตัวแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ น้ำตกหรือถ้ำจะไม่เหมือนกันและก็ตัวของผาช่อ
จะมีสัตว์ป่าที่ไม่เหมือนกับที่อื่น เนื่องจากป่าจะเป็นป่าเต็งรัง ป่าระบบนิเวศน์โดยรอบของตัวผาช่อจะมีความสวยงามและก็ทำให้เราได้ศึกษา ได้ชมความสวยงามและได้ศึกษา
ลักษณะทางธรณีวิทยาอีกด้วย ตัวอย่างของสัตว์ป่าซึ่งเราอาจจะพบเห็นได้ในเวลาที่เราไปเที่ยว อย่างที่เห็นกันชัด ๆ คือมีนกจำนวนมาก ทั้งนกอพยพและนกท้องถิ่น และต่อมาก็คือ
พวกไก่ป่าซึ่งจะคุ้นเคยกับคนมาก ยังมีสุนัขจิ้งจอกอีก ซึ่งถ้าเรามาตอนกลางคืนเราจะพบมูลอยู่แป็นประจำ ในบริเวณที่พบนกอพยพจะพบในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นนกประเภท
นกเป็ดจะมาบินวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เพราะว่ามีอ่างน้ำก็จะมาอาศัยอยู่ด้วย

เขื่อนเชี่ยวหลาน กุ้ยหลินเมืองไทย

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับฉายาว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ด้วยความสวยงามของเทือกเขาหินปูน เหมือนกับกุ้ยหลินในประเทศจีน

เขื่อนเชี่ยวหลาวเป็นเขื่อนที่ก่อสร้างขึ้นมาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 เพื่อช่วยอำนวยประโยชน์ในด้านสังคม เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ และพลังงานไฟฟ้า หลังจากที่เขื่อนแห่งนี้สร้างเสร็จ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า “เขื่อนรัชชประภา” ซึ่งแปลว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

สถานที่ท่องเที่ยวน่าแวะชม ในเขื่อนเชี่ยวหลาน

1. น้ำตกแม่ยาย ห่างจากอุทยาน ประมาณ 5.5 กม. เป็นน้ำตกแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์สามารถเข้าไปถึง มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งในหน้าฝนน้ำจะเต็มหน้าผาที่สูงชันกระจัดกระจายแตกฟองขาวโพลน สวยงดงามมาก ๆ

2. น้ำตกวังหิน ห่างจากอุทยาน ประมาณ 2.8 กม. เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร มีจุดชมวิวเรียกว่าน้ำตกบางวิ่งหิน เป็นจุดที่มองแล้วดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง และมีที่สำหรับเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่น้อยกว่า 500 คน

3. ตั้งน้ำ ห่างจากอุทยาน ประมาณ 3.2 กม. มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาที่หันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองไหลศกไหลลอดผ่านบริเวณเบื้องล่าง เป็นวังน้ำที่ลึกมาก และมีปลาชุกชุม

4. น้ำตกโตนกลอย ห่างจากอุทยาน ประมาณ 1 กม. และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกโตนกลอยเป็นน้ำตกที่เกิดจากคลองศก มีความสวยงาม ลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดทั้งปี และบนชั้นน้ำตกมีลานหินสำหรับพักผ่อน

5. น้ำตกธารสวรรค์ ห่างจากอุทยาน ประมาณ 1 กม. เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยบางพลูจืด ไหลลงสู่คลองสก น้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ

6. น้ำตกโตนไทร ตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เขื่อนเชี่ยวหลาน ประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีความงดงามในลำคลองสก